Press "Enter" to skip to content

ดูหนังออนไลน์ Attack on Titan Part I : ผ่าพิภพไททัน

admin 0

ดูหนังออนไลน์ Attack on Titan Part I : ผ่าพิภพไททัน เมื่อยักษ์ใหญ่ในตำนาน หรือ “ไททัน” บุกทะลายกำแพงปราการของมนุษย์มาได้ (ใครจินตนาการกำแพงไม่ออก ให้นึกถึงใน The Maze Runner เลย) บ้านเมืองในกำแพงจึงถูกทำลายวอดวาย ชาวบ้านก็ล้มหายตายจากกันหมดสิ้น

สามสหาย Armin, Eren, และ Mikasa พากันหลบหนีเอาตัวรอด แต่ Mikasa พลัดหลงไประหว่างชุลมุน ส่วนสองหนุ่ม Armin กับ Eren ก็ไปร่วมเกณฑ์เป็นทหารอาสาเพื่อต่อกรกับเหล่ายักษ์ไททัน

จากความรู้สึกของเรา ในฐานะคนที่ไม่เคยอ่านหรือดู Attack on Titan มาเลยสักรูปแบบ คือไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย ต้องบอกเลยว่า มีหลายจุดเหมือนกันที่ไม่เข้าใจ แต่เท่าที่ฟังความรู้สึกของคนที่เคยอ่านหรือดูมาก่อน หลายคนก็บอกว่า มีหลายจุดที่แตกต่างจากในมังงะ/อนิเมะ ที่สำคัญคือ หนังยังทำออกมาดีไม่เท่าฉบับอนิเมะ

ในส่วนของตัวบท เราไม่รู้ว่าต้นฉบับเขาเป็นยังไง แต่เท่าที่ดูในหนัง ถ้าหนังทำออกมายาวๆ หรือตั้งใจทำดีๆ น่าจะออกมาดีกว่านี้ เพราะรู้สึกว่าหนังพยายามเล่าหรือสื่ออะไรหลายๆ อย่าง แต่สื่อไม่สุด เหมือนเอาพอยท์มาโยนทิ้งๆ โดยเฉพาะประเด็นการเมือง ประเด็นสังคม และประเด็นครอบครัว

หนังพยายามเล่นปมของมนุษย์ เช่น ปมกิเลสตัณหา ความอาฆาตพยาบาท หรือความเห็นแก่ตัวเอาตัวรอด แต่สุดท้ายหนังก็ดูจะไปให้น้ำหนักกับประเด็นความรักกุ๊กกิ๊กมากเกินไป แถมยังมีปมรักสามเส้าแซมมาอีกต่างหาก มันทำให้เรารู้สึกเสียอรรถรส และดูล้นเกินไปจนดูตลก

ตอนแรกเราก็แอบรู้สึกดีนิดๆ ที่หนังมีตัวละครหญิงในกองทัพทหารเยอะ แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องผิดหวัง ตัวละครหญิงในหนังเรื่องนี้ยังเป็นตัวละครที่อ่อนแอ เห็นแก่กิน เฟอะฟะ กระสันอยากได้ผู้ชาย หรือไม่ก็ติดแฟนง้องแง้งไปวันๆ มันให้ความรู้สึกเหมือนว่า ตัวละครหญิงหลายตัวไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อต่อสู้ แต่ถูกวางขึ้นเพื่อเป็นคู่เมคเลิฟกับเพศชาย หรือไม่ก็เพิ่มเคมีความกุ๊กกิ๊กเข้ามาในหนังให้ดูมีอะไรก็เท่านั้น เว้นแต่นางเอกคนเดียวที่ดูเก่งจริงๆ แกร่งจริงๆ (ซึ่งก็ตามฉบับออริจินัลที่เขาเขียนมา)

คาแรกเตอร์แทบทุกตัวในเรื่อง ดูติ๊งต๊องปัญญาอ่อน สมแล้วที่สร้างมาจากการ์ตูน พฤติกรรมและความคิดหลายอย่างค่อนข้างน่าหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก (แต่ตัวละครหลักสวยหล่อดี พอให้อภัยได้) ตัวไททันเอง ก็ดูเหมือนเป็นสัตว์ประหลาดโง่ๆ ที่หน้าตาอัปลักษณ์ โป๊เปลือย เหมือนผีเปรตวัดสุทัศน์ และมีจุดอ่อนเหมือนซอมบี้ทั่วไป แต่แค่ตัวใหญ่เท่าตึก

Attack on Titan Part I ตัดจบในจุดที่ควรจะตัด อารมณ์ไม่ได้ค้างคาอะไร แต่ก็ค้างคาที่ความคิด เพราะยังมีจุดที่ไม่เข้าใจอยู่หลายจุด คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่านางจะมาเฉลยให้รู้เรื่องใน Attack on Titan Part II (โชคดีที่หนังญี่ปุ่นเขาไม่ปล่อยให้เรารอภาคต่อยาวนานข้ามปีเหมือนหนังฝรั่ง)

ดังนั้น ต่อให้เราจะไม่ชอบ Attack on Titan Part I สักแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้ว พอภาคสองเข้า เราก็คงต้องเข้าไปดูให้จบๆ อยู่ดี

ทั้งหมดนี้ ก็เข้าใจนะว่าหนังพยายามรักษาความเป็น “การ์ตูน” มากกว่าพยายามทำให้มัน “เรียล” ฟีล ณ ขณะดูหนังจึงค่อนข้างเหมือนนั่งดูการ์ตูนมากกว่านั่งดูหนังจริงๆ ซึ่งถามว่าบันเทิงมั้ย มันก็บันเทิงนะ แต่ถ้าถามว่าชอบมั้ย เราคงต้องส่ายหน้าเบาๆ ทั้งนี้ การดำเนินเรื่องที่ไร้เสน่ห์ก็มีส่วน ทั้งเรื่องดูสนุกแค่ฉากไฮไลต์ตอนจบ นอกนั้นเราว่าน่าเบื่อหมด

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ตัวบทและตัวละครจะไม่ค่อยโอเคนักสำหรับเรา แต่งานภาพและงานเสียงจัดว่าทำได้ดีอยู่ ดูแล้วก็ลุ้นระทึกในช่วงฉากแอ็คชั่นท้ายเรื่องดี ซีจีอาจจะไม่เนียนเท่าโปรดักชั่นฮอลลีวูด แต่โดยรวมก็ดีงามตามครรลองเอเชีย ไม่ได้แย่อะไร เลือดสาดคือเลือดสาด แขนขาขาดคือแขนขาขาด